หาบริษัทรับทำบัญชี หาสำนักงานบัญชี หาสำนักงานกฎหมาย หาผู้ตรวจสอบบัญชี หาผู้ทำบัญชีฟรีแลนซ์ หาทนายความ หาคนรับจดทะเบียนบริษัท หาพนักงานบัญชี ลงประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
ค้นหาสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ค้นหาสำนักงานกฎหมายทั่วประเทศ ค้นหาบริษัทรับทำบัญชี ค้นหาผู้รับทำบัญชี ค้นหาผู้สอบบัญชี ค้นหาทนายความ ประกาศรับสมัครงานบัญชี
รวมทุกๆเรื่องราวด้านบัญชีและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานบัญชี สำนักงานกฎหมาย ทนายความ ผู้สอบบัญชี ผู้ทำบัญชี วางระบบบัญชี บริการด้านจดทะเบียนบริษัท คอร์สอบรมบัญชี รับสมัครพนักงานบัญชี รวมไว้ที่นี่
“ถ้าผมมีชีวิตที่ยาวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ผมขอมีชีวิตที่สั้นแต่มีความสุขดีกว่า”
# รายการ
admin
ผู้ดูแลระบบ
“ถ้าผมมีชีวิตที่ยาวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ผมขอมีชีวิตที่สั้นแต่มีความสุขดีกว่า”
« เมื่อ: 19 พ.ย 2568 เวลา 15:01:35 น. » อ่าน: 110

“ถ้าผมมีชีวิตที่ยาวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ผมขอมีชีวิตที่สั้นแต่มีความสุขดีกว่า”
สรุปบทเรียนจากบันทึกสุดท้ายจากสมุดเบาใจของ "วิน ภาสวิน" นักวางแผนการเงินสู่นักวางแผนชีวิตในช่วงสุดท้ายวัย 14 ปี ใน มนุษย์ต่างวัย Talk EP.66
.
1. การใช้ "สมุดเบาใจ" เพื่อออกแบบการจากลา
เมื่อรู้ว่าร่างกายเริ่มไม่ไหว วินชวนคุณแม่คุยเรื่องความตายอย่างจริงจัง และใช้ “สมุดเบาใจ” เป็นเครื่องมือบันทึกเจตนารมณ์ของตัวเอง การทำเช่นนี้ช่วยให้ครอบครัวเข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในวาระสุดท้าย โดยไม่ต้องรู้สึกผิดหรือยื้อชีวิตอย่างไร้จุดหมาย
.
2. ความสุขคือหน่วยวัดคุณค่าของชีวิต ไม่ใช่เวลา
วินเชื่อว่าการมีชีวิตที่สั้นแต่มีความสุขดีกว่า การมีชีวิตที่ยืนยาวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำให้วินบันทึกความต้องการของตัวเองลงในสมุดเบาใจว่า
หากต้องอยู่ในสภาวะที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อยู่ในสภาพผักถาวร ,ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไปตลอดชีวิต เขาเลือกที่จะไม่ต้องการอยู่ต่อ
.
3. เจตนารมณ์ทางการแพทย์และการยื้อชีวิต
วินต้องการรักษาอย่างเต็มที่แม้จะทุกข์ทรมานจากการใส่เครื่องพยุงชีพ แต่ไม่ต้องการถูกยื้อชีวิตนานเกิน 72 ชั่วโมง (3 วัน)
วินยอมรับการปั๊มหัวใจในเบื้องต้น และยอมรับการใส่ท่อช่วยหายใจ แต่เขาปฏิเสธวิธีการรักษาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเช่น การเจาะคอ และ การล้างไต
.
4. การเตรียมตัวจากไปอย่างมีสติและสงบ
วินเลือกที่จะกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน โดยได้ถามคุณแม่ตรง ๆ ว่า "ถ้าเขาอยากกลับบ้าน แม่กลัวไหม?" เมื่อคุณแม่ตอบว่าไม่กลัว เขาก็ตัดสินใจกลับไปเสียชีวิตที่บ้านตามที่ปรารถนา
วินได้มีโอกาสกล่าวคำขอขมาสุดท้ายก่อนเดินทางออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน โดยได้ ยกมือขอขมา (ขอโทษ) คุณหมอและพยาบาลทุกคนที่เขาเคยดื้อหรือทำผิดพลาดไป และขออโหสิกรรมจากญาติและคุณแม่ที่บ้าน
วินได้ออกแบบงานศพของตัวเองเป็นธีม Bye Bye Win เพื่อเป็นงานอำลาและไม่อยากให้ทุกคนร้องไห้
วินสามารถพูดคุยและ มีสติรู้ตัวจนถึงนาทีสุดท้าย เขาบอกคุณแม่ว่า "มันถึงเวลาแล้วนะ" และจากไปอย่างสงบ
.
5. สมุดเบาใจคือเครื่องมือที่ทำให้ คนที่ยังอยู่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
บันทึกในสมุดเบาใจของวินกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นตามความต้องการของวินจริง ๆ ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องรู้สึกผิด หรือยื้อชีวิตโดยไม่มีจุดมุ่งหมาย
“แม่ยังรักเขาอยู่ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากให้เขาอยู่กับเราให้นานที่สุด เราต้องคิดว่าลูกเรามีโอกาสจะรอด วินพูดหลายครั้งว่าถ้ายื้อวินขึ้นมาแล้ววินทำอะไรไม่ได้ วินก็ไม่ได้มีความหมายที่จะอยู่ ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ และไม่มีความสุขที่จะอยู่ เราเลยเขาใจว่าเขาต้องการอะไร”
หนึ่งในบทเรียนหนึ่งที่วินทิ้งไว้ให้คือ ความสำคัญในการคุยกันเรื่องวาระสุดท้ายของชีวิต และการทำสมุดเบาใจ สมุดเบาใจเลยกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ครอบครัวตัดสินใจได้ง่ายในช่วงเวลาที่ตัดสินใจได้แสนยากลำบาก ทำให้การจากด้วยความสง่างามตามรูปแบบที่เขาเลือกเอง
เพราะการวางแผนชีวิตไม่ควรจำกัดอยู่แค่เรื่องของอายุ แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับทุกช่วงของชีวิต แม้กระทั่งวาระสุดท้าย
ฟังสัมภาษณ์เต็ม ๆ ได้ที่ https://youtu.be/SLyW4baJzd4
.
และสิ่งที่สำคัญที่สุดของอีพีนี้คือ มนุษย์ต่างวัย อยากร่วมสานต่อเจตนารมณ์ครั้งสุดท้ายของวิน ในการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อประชาสัมพันธ์การบริจาคและสนับสนุนการทำงานให้กับมูลนิธิรามาธิบดี

ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ท
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้